เส้นทางแห่งความหลุดพ้น...

"เข้ามาเห็นสัจธรรมความจริงแท้อันสูงสุดด้วยตนเอง"

สถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การภาวนา

วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบ ร่มรื่น และสัปปายะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกวิเวก แสวงหาความสงบทางจิตใจ และเจริญสติภาวนา


ภายในวัดมีทั้งพื้นที่ธรรมชาติที่เงียบสงบ ลานธรรม และถ้ำพญานาคที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยความวิจิตรบรรจง เป็นทั้งเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นสถานที่กราบไหว้รำลึกถึงพระพุทธคุณ

ป้ายทางเข้าวัดป่าศรีมงคลรัตนาราม
ถ้ำพญานาค
พระพุทธรูปประดิษฐานกลางแจ้ง
บรรยากาศภายในวัด

พระอาจารย์ผู้ชี้ทางสว่าง

พระอาจารย์เป็นผู้เมตตาอบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชนให้เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา โดยเน้นย้ำเรื่องของการ "ดูจิต" และการรู้เท่าทันสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง


ท่านสอนให้ผู้ปฏิบัติก้าวข้ามความยึดมั่นถือมั่น นำพาจิตใจให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ด้วยแนวทางที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นสัจธรรมความจริงด้วยตนเอง

พระอาจารย์ วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม

แนวทางการปฏิบัติธรรมที่วัด

การปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม เน้นความเรียบง่าย การเจริญสติปัฏฐาน และการเฝ้าดูสภาวะจิต

ข้อแนะนำสำหรับผู้มาปฏิบัติภาวนา

  • เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม ละทิ้งความกังวลทางโลกชั่วคราว
  • รักษาศีล ๘ อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นบาทฐานของการทำสมาธิ
  • แต่งกายด้วยชุดขาวที่สุภาพ มิดชิด และสวมใส่สบาย
  • งดการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด เพื่อให้จิตอยู่กับปัจจุบันกาล
  • เปิดใจรับฟังธรรมะ และน้อมนำไปพิจารณาตามความเป็นจริง

เสียงธรรมนำทาง (๓ ระยะของการภาวนา)

ลำดับการฟังธรรมเพื่อการเจริญสติภาวนา ตามแนวทางของพระอาจารย์

ระยะที่ ๑: เริ่มต้นดูจิต

การฝึกสังเกตสภาวะจิตของตนเอง รู้เท่าทันความคิด อารมณ์ และความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยไม่เข้าไปแทรกแซง

ระยะที่ ๒: จบจิตแล้ว

เมื่อสติมีกำลัง จิตจะเริ่มคลายความยึดมั่นถือมั่นในสภาวะต่างๆ เห็นความเกิดดับ และสลัดคืนอารมณ์ได้เร็วขึ้น

ระยะที่ ๓: ขันธ์เป็นศูนย์

สภาวะสูงสุดของการปล่อยวาง การตระหนักรู้ว่าขันธ์ทั้ง ๕ ว่างเปล่า ไม่มีตัวตน ไม่มีความยึดติดใดๆ หลงเหลือ